คำขวัญวันเด็ก ไม่ใช่แค่วลีให้ท่องจำ เพราะทุกคำล้วนมีความหมาย

ทั่วไป Feb 04, 2019 No Comments

คำขวัญวันเด็ก

แม้ว่าเพิ่งจะผ่านวันเด็กไปไม่นาน แต่ก็คงไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวถึงเรื่องของเด็ก ๆ อีกสักครั้ง เมื่อเรานึกถึงวันเด็ก เรามักจะมองถึงภาพการจัดกิจกรรมสำหรับคุณหนู ๆ การจัดงานปาร์ตี้ในสถานที่ต่าง ๆ การเลี้ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสำหรับเด็กในวันนั้น นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราผู้ใหญ่ทั่วไปหรือแม้กระทั่งตัวเด็ก ๆ เองจะนึกถึง แต่จะมีบุคคลหนึ่งที่อาจมองภาพของวันเด็กแตกต่างออกไป เพราะบุคคลผู้นั้นจะต้องมองเห็นเด็ก ๆ ที่จะเติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไปแบบภาพรวม และจะต้องมีคำสั่งสอนหรือแนวคิดสั้น ๆ ให้เด็กทั้งประเทศสามารถเรียนรู้เข้าใจและยึดมั่นเอาไว้ใช้ตลอดปีและตลอดไปในช่วงวัยเด็กได้ บุคคลนั้นก็คือ “นายกรัฐมนตรี” ที่จะต้องคิดถึงเด็กทั้งประเทศและกลั่นกรองความคิดออกมาเป็นวลีสั้น ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนของชาติยึดไว้เป็นหลักปฏิบัติที่เรียกกันว่า คำขวัญวันเด็ก ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป เริ่มมีการตั้งคำถามว่า คำขวัญวันเด็กยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เพราะเด็กและเยาวชนในวันนี้พวกเขามองโลกเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว จึงนำมาสู่เรื่องราวในครั้งนี้

“คำขวัญ” วลีสั้น ๆ สำหรับเด็ก เล็กสั้นแต่มีที่มา

วันเด็กแห่งชาติ

การจัดงานวันเด็กแห่งชาติในประเทศไทยเรานั้น เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2498 สมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ในปีแรกนั้นยังไม่มีการคิดถึงเรื่องคำขวัญสำหรับวันเด็ก เพราะเพิ่งจะเริ่มมีเป็นครั้งแรก จุดประสงค์ของการมีวันเด็กแห่งชาติก็เพราะท่านผู้นำของประเทศในขณะนั้น ต้องการให้เด็ก ๆ และเยาวชนของชาติตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบของตนเองในฐานะที่เป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งเด็ก ๆ ก็ควรรู้ว่าตนเองมีหน้าที่ต่อตนเองอย่างไร และต้องมีหน้าที่ต่อสังคมหรือประเทศชาติอย่างไรด้วย ถึงจะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ และในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีถัดมาคือ พ.ศ.2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต้องการจะย้ำให้เด็กและเยาวชนของชาติ ประพฤติตนให้อยู่ในความดี จะทำอะไรก็ให้นึกถึงประเทศชาติและสังคมเป็นสำคัญ จึงได้คิดที่จะให้หลักคิดไว้กับเด็กและเยาวชนของไทย ด้วยวลีสั้น ๆ นั่นจึงเป็นครั้งแรกของการมีคำขวัญที่ใช้ในวันเด็ก ซึ่งคำขวัญวันเด็กแรกของประเทศไทย ก็คือ “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” หลังจากนั้นบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน การจัดงานวันเด็กก็มีการเปลี่ยนแปลง จนในที่สุดปี พ.ศ.2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เห็นประโยชน์ของวันเด็กและคำขวัญที่จะใช้เป็นหลักยึดมั่นและข้อคิดเตือนใจสำหรับเด็ก จึงได้นำเรื่องของการให้คำขวัญวันเด็กกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ได้มีการให้คำขวัญใหม่สำหรับวันเด็กทุกปี ปีละ 1 ครั้งก่อนที่จะถึงวันเด็กแห่งชาติ นั่นจึงหลายเป็นธรรมเนียมสืบต่อกันมาของนายกรัฐมนตรีของไทยมาจนถึงปัจจุบัน

วลีสั้น ๆ แต่มีคุณค่า

เด็กๆ

คำขวัญเนื่องในวันเด็กปี 2562 นี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” ซึ่งอาจจะสั้นตรงไปตรงมาแต่ไม่ได้ไร้ค่าใด ๆ เพราะทุกคำทุกวลีต่างมีความหมายที่น่าฉุกคิด จะเห็นว่าท่านนายกฯ ไม่ได้กล่าวถึง เด็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงเยาวชนนั่นคือวัยรุ่น ทั้งที่อยู่ในวัยมัธยมและที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วด้วย ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าได้ คนรุ่นใหม่นี่เองจะเป็นคนขับเคลื่อน แล้วคนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสาจะทำเพื่อชาตินั้นมีบ้างหรือยัง เป็นสิ่งที่ท่านนายกคงต้องการฝากไว้ให้หนู ๆ น้อง ๆ คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักและฉุกคิดกันด้วย เห็นไหมว่าคำขวัญไม่ใช่แค่เรื่องวลีที่ให้ท่องจำไปงั้น ๆ นะ แต่ถ้าตีความดี ๆ ก็มีความหมายน่าคิดไม่น้อยทีเดียว

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเห็นว่า วันเด็กในสมัยยุคเริ่มแรกนั้นมีความเข้มข้นของจุดประสงค์ในการจัดงานที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นเรื่องของการจัดงานปาร์ตี้ในสถานที่ต่าง ๆ การเลี้ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสำหรับเด็กอย่างในทุกวันนี้ ที่คุณค่าและความหมายของวันเด็กเริ่มลบเลือนไป ฉะนั้น เราจะทำให้วันเด็กกลับมามีคุณค่าและความหมายต่อเด็กและประเทศชาติของเราอย่างจริงจัง ก็ควรจะนำ คำขวัญวันเด็ก ที่ได้รับจากผู้นำประเทศทุกปีมาฉุกคิดตีความกันบ้าง หลังจากนั้นก็นำมาสอนปลูกฝังแนวคิดเหล่านี้ให้กับเยาวชนของชาติ แล้วเราจะเห็นกันว่าวันเด็กมีความสำคัญและความหมายมากกว่าเรื่องความสนุกของเด็กมากมาย

 

admin